1174
"ลูกไม่ยอมทำการบ้าน" ต้องทำอย่างไรดี ?

"ลูกไม่ยอมทำการบ้าน" ต้องทำอย่างไรดี ?

โพสต์เมื่อวันที่ : July 14, 2020

อะไรเอ่ยตอนเช้าไปส่งลูก "ไม่มี" ตอนเย็นรับลูกกลับ "มี"

สามารถสร้างสงครามขนาดย่อมระหว่างพ่อแม่ลูกได้ ?


บางบ้านตอบได้ทันทีอย่างไม่ลังเลว่า “สิ่งนั้นก็คือ การบ้าน นั่นเอง”


ช่วงนี้โรงเรียนหลายโรงเริ่มทยอยเปิดเทอม จากแต่ละวันช่วงปิดเทอม เด็กแค่วิ่งเล่น กินข้าว แล้วอาบน้ำนอน เมื่อไปโรงเรียนก็ถึงเวลาต้องปรับตัวกันเสียหน่อย พ่อแม่อย่างเราก็เช่นกัน ไม่ว่า จะต้องตื่นเช้าขึ้น กินข้าวแต่งตัว ไปโรงเรียน เรียนหนังสือ แล้วยังไม่วาย กลับบ้านมามีภาระจากโรงเรียนต้องรับผิดชอบต่อ


ซึ่งหนึ่งโจทย์ใหญ่ของทุกบ้าน คือ "ลูกไม่อยากทำการบ้าน ต้องทำอย่างไรดี" (คำตอบนี้จะใช้ได้ดีตั้งแต่เด็กอนุบาล - ประถม)


วิธีการง่าย ๆ 3 ข้อสำคัญที่จะช่วยให้เราจัดการปัญหานี้ได้ง่ายขึ้น


1. มี "มุมทำการบ้าน"

จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะแก่การทำการบ้าน มีโต๊ะ มีเก้าอี้ มีอุปกรณ์เครื่องเขียนที่จำเป็น และที่สำคัญไม่มีสิ่งที่จะมารบกวนสมาธิของเขา เช่นโทรทัศน์ เครื่องเล่นเกม ของเล่น คอมพิวเตอร์ (ในกรณีเด็กโตที่ต้องทำงานในคอมนั้นจะเป็นอีกกรณีหนึ่ง) และอื่น ๆ


...ที่สำคัญคนรอบตัวเขาไม่ควรรบกวนด้วยเช่นกัน เช่น ถ้ามีน้องเล็กเล่นอยู่ในบริเวณนั้น เด็กอาจจะไม่อยากทำการบ้าน เพราะอยากไปเล่นกับน้องมากกว่า หรือ คุณพ่อกลับมาเปิดโทรทัศน์ดูข่าวในขณะที่เขาทำการบ้านอาจจะไม่เหมาะสม เด็กจึงควรมีมุมสงบสำหรับทำการบ้านของเขา...


2. มี "กติกา" ชัดเจน + ผู้ใหญ่ที่ใจดี แต่ไม่ใจอ่อน

ควรตั้งกติการกันไว้ก่อนไปโรงเรียนว่า "การบ้าน" คือ หนึ่งในสิ่งที่เขาต้องทำ (ถ้ามี) และถ้าการบ้านเสร็จ เขามีสิทธิ์เลือกทำกิจกรรมที่ชอบได้หลังจากนั้น โดยต้องทำการเสร็จก่อนจึงจะได้ทำกิจกรรมนั้น (ไม่มีข้อแม้ เพื่อฝึกให้เขาเรียงลำดับความสำคัญก่อน - หลัง และวินัยความรับผิดชอบ) ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบ้านว่าจะตกลงกันอย่างไร ซึ่งในทางกลับกันถ้าเด็กไม่ยอมทำการบ้าน หรือทำการบ้านไม่เสร็จก็มีผลตามมาเช่นกัน เช่น อาจจะถูกงดกิจกรรมที่ชอบ


...โดยข้อนี้จะสำเร็จได้ถ้าผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะถ้ามีคนใดคนหนึ่งไม่ทำตามกติกา เด็กจะเรียนรู้ว่า เขาอยู่กับคนนี้เขาไม่ต้องทำตามกติกาก็ได้ หรือ เด็กจะเรียนรู้ว่าเราไม่ได้เอาจริงเสียหน่อย กติกาจะไม่เป็นกติกาอีกต่อไป เพราะเป็นได้เพียงคำบ่นของผู้ใหญ่เพียงคนเดียวในบ้านเท่านั้น...


3. มี "ผู้ใหญ่เคียงข้าง" ให้อุ่นใจ

พ่อหรือแม่ (หรือผู้ใหญ่) สักคนหนึ่ง ควรเริ่มด้วยการชวนเขาทำการบ้านไปด้วยกัน ระหว่างที่เขาทำการบ้าน เราอาจจะนั่งสังเกตอยู่ห่าง ๆ อาจจะนั่งใกล้ ๆ แต่เราก็ทำงานของเราไปพร้อมกับเขา เพื่อว่า ถ้าเด็กสงสัยอยากถาม เราจะสามารถช่วยเหลือเขาได้ทันที เราจะไม่ดุเมื่อเขาทำผิด อย่าลืมว่า เป้าหมายของการทำการบ้านมี 2 ข้อ


  • ข้อที่ 1 "เด็กต้องทำการบ้าน" เพราะเขายังไม่เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นจึงมาฝึกด้วยการบ้าน ถ้าเขาทำผิดก็แค่สอนเขาในสิ่งที่ถูก ผู้ใหญ่ต้องใจเย็นให้มาก ๆ เรารู้คำตอบเพราะเราเรียนมามากขนาดไหนแล้ว อย่าเปรียบเทียบลูกกับลูกบ้านอื่น


  • ข้อที่ 2 "การบ้าน" มีไว้เพื่อฝึกวินัย ความรับผิดชอบ และการควบคุมตนเอง แค่เด็กยอมมานั่งทำการบ้านของเขา ควบคุมตนเองให้ทำการบ้านให้เสร็จก่อนไปเล่น (อดเปรี้ยวไว้กินหวาน) เพียงเท่านี้จุดประสงค์ข้อนี้ก็ประสบความสำเร็จไปแล้ว แต่ผู้ใหญ่อาจจะลืมไป เพราะเรามัวแต่มองผลลัพธ์ หรือ ความถูกต้องเป็นสำคัญ


ในกรณีที่เราทำข้อ 1-3 แล้ว แต่เด็กก็ยืนยันไม่อยากทำการบ้าน เราต้องหาสาเหตุก่อนว่า เป็นเพราะอะไร ?


การบ้านที่มีเนื้อหายากเกินวัยของเด็ก

เด็กอาจรู้สึกท้อได้ เพราะไม่สามารถทำการบ้านด้วยตนเองเนื่องจากไม่เข้าใจบทเรียน ดังนั้นเราสามารถช่วยเหลือเขาได้ เราสามารถสอนโดยทำให้เขาดู แล้วตั้งโจทย์เพิ่มให้เขาลองด้วยตนเองหลังจากดูเราทำ แต่ถ้าการบ้านนั้นยากเกินไปมาก ๆ (ไม่เหมาะกับวัยของเขา) และคุณแม่คุณพ่อช่วยเหลือไม่ได้ ถามลูกว่า เราไปคุยกับคุณครูด้วยกันไหม ? หรืออยากปรึกษาเพื่อน ครอบครัวอื่นไหม ว่าเขาทำอย่างไร ?


การบ้านที่มีเนื้อหาของการบ้านที่ง่ายเกินไปก็อาจทำให้เด็กเกิดความเบื่อหน่าย

ไม่อยากทำ ตรงนี้เราสามารถบอกเขาได้ว่า "การบ้าน...นอกจากเป็นการฝึกฝนเราแล้ว เรายังฝึกการควบคุมตนเองให้ทำหน้าที่ของตนเองด้วย ถ้าเรารู้ว่าง่าย แล้วไม่ทำ แสดงว่าเรายังฝึกการควบคุมตนเองไม่ได้" แม้จะง่าย แต่ก็ช่วยให้เราเก่ง และเชี่ยวชาญขึ้น แต่ในกรณีที่ง่ายเกินไป คุณพ่อคุณแม่สามารถเพิ่มความยากให้ท้าทายเด็กได้ด้วยตนเอง หรือ อาจจะไปปรึกษาคุณครูเรื่องการบ้านที่ลูกทำก็เป็นอีกข้อสำคัญ เพราะบางทีลูกของเราอาจจะมีพรสวรรค์ (Gifted) หรือ เป็นเด็กอัจฉริยะ (Genius) เราจะได้หาทางส่งเสริมเขาในทางที่เหมาะสมต่อไป


เด็กอยากทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่การบ้าน (ดูยูทูบ เล่น ฯลฯ)

ข้อนี้ต้องกลับไปย้ำข้อ 2. มี "กติกา" ที่ชัดเจน" ผนวกกับผู้ใหญ่ที่เอาจริง ทำข้อตกลงให้ชัดเจนว่า "ถ้าทำการบ้าน ต้องทำเวลาไหน และถ้าไม่ทำจะได้รับผลอย่างไร เช่น งดทำกิจกรรมที่ชอบ"


สุดท้าย อย่าลืมว่าเป้าหมายของ "การบ้าน" คือการได้ฝึกฝนในสิ่งที่เรียนไป กับการฝึกวินัยความรับผิดชอบในตัวเด็ก ลูกเราอาจจะทำช้าบ้าง ทำไม่ได้บ้าง ไม่เป็นไร เพราะการบ้านไม่ใช่ข้อสอบที่เราห้ามบอกคำตอบลูก ให้กำลังใจ อย่าใจร้อน อย่าโมโห เราไม่ได้อยากสร้างความกลัวให้ลูกเวลาเขาต้องทำการบ้านที่บ้านกับเรา


บทความโดย

เมริษา ยอดมณฑป เจ้าของแฟนเพจตามใจนักจิตวิทยา